หน้าแรก
    พจนานุกรม/ คู่มือ ที่น่าสนใจ  
   ดิกฯอังกฤษ-ไทยเน้นการแต่งประโยค
   พจนานุกรม ไทย-อังกฤษ 
   Thai-Eng dict. for foreigner
   คู่มือการใช้ A, An, The 
   Promotion / วิธีการสั่งซื้อ 
   เกี่ยวกับผู้แต่ง วงศ์ วรรธนพิเชฐ
    เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ  
   ถาม/ตอบ ภาษาอังกฤษ โดยคุณวงศ์
   เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง
   หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
   เราต้องรู้ภาษาอังกฤษกี่คำ
   วิธีเลือกซื้อ Dictionary 
   ปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษ
   แบบทดสอบภาษาอังกฤษ online
ติดต่อเรา
 
ลด5-30 % จัดส่งฟรี
   
 

 
 
หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
 
  Unit I:  Words, Sentences, Phrases, Clauses  
  Unit II:  Subject, Verb, Object  
  Unit III:  Subjective Complements, Objective Complements  
  Unit IV:  Passive  
  Unit V:  Affirmation, Negation, Interrogation, Exclamations, Commands, Requests, Suggestions  
     
 

การใช้ประโยคในการสื่อสาร
เราใช้ประโยคเพื่อสื่อสาร ให้ข้อมูล หรือเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงความปรารถนา ให้ผู้อื่นได้รับรู้ และบางทีก็ใช้ประโยคในการตั้งคำถาม ใช้ขอร้อง หรือใช้เพื่อแสดงอารมณ์ ความรู้สึก เช่น ตกใจ ประหลาดใจ โดยสามารถแบ่งประโยคตามลักษณะของการใช้ได้เป็นประเภทย่อยๆ คือ ประโยคที่มีใจความตอบรับ (affirmation), ประโยคที่มีใจความปฏิเสธ (negation), ประโยคคำถาม (interrogation), ประโยคอุทาน (exclamations) และประโยคคำสั่ง ขอร้อง คำแนะนำ (commands, requests, suggestions)

Negation
ประโยค negation คือประโยคที่มีใจความปฏิเสธ ซึ่งจะมีคำปฏิเสธ (negative words) เหล่านี้อยู่ no, none, nothing, nobody, nowhere, never, neither, nor หรือประโยคที่ถูกทำให้เป็นปฏิเสธโดยการเติม adverb “not” เข้าไปในประโยค

หลักการเติม not:

  • เมื่อมี compound verb (กริยาประสม) อยู่ในประโยค เราจะเติม “not” ไว้ที่หลัง auxiliary
      He cannot  (can’t) work.
      He is not  (isn’t) working.
      He has not  (hasn’t) worked.
      He has not  (hasn’t) been working.
      He should not  (shouldn’t) have worked.
  • ถ้าไม่ใช่ compound verb ก็ให้เปลี่ยนรูปกริยากลับไปเป็นรูปธรรมดา คือ infinitive without to แล้วเติม do, does, หรือ did + not
      I do not know .
      He does not know .
      We did not know .
  • ในกรณีที่เป็น verb “be” หรือ verb “have” ในรูป simple tense ที่มีความหมายในเชิง possessing นั้น ไม่ต้องเติม do ให้ใส่ “not” ไว้หลังกริยาได้เลย
      I am not  afraid.
      You are not  late.
      We have not  much.
      I had not  the time to do it.

Position of the Negative:

A
B
I think he won’t  come. I don’t  think he’ll come.
I suppose it isn’t  true. I don’t  suppose it’s true.
I believe that I can’t  stand a week of this. I don’t  believe that I can stand a week of this.
I suppose I shan’t  do it again for months and months. I don’t  suppose I shall do it again for months and months.

จากตำแหน่งการวางคำปฏิเสธในประโยคตัวอย่างในตาราง ถึงแม้ว่าสำหรับคนไทยตัวอย่างประโยคชุด A จะดูเป็นธรรมชาติ และดูเหมือนจะถูกต้องมากกว่าตัวอย่างชุด B แต่สำหรับผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นั้น เขามักจะวางคำปฏิเสธไว้ที่ต้นประโยคอย่างในตัวอย่างชุด B มากกว่า

แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะการสลับตำแหน่งของคำปฏิเสธแบบนี้ใช้ได้เฉพาะกับกริยาที่แสดงความรู้สึกนึกคิด เช่น suppose, think, believe ส่วนกริยาที่แสดงการกระทำ เช่น tell, ask นั้น เราไม่สามารถสลับตำแหน่งของคำปฏิเสธได้ เพราะจะทำให้ความหมายเปลี่ยนไป ดังตัวอย่างต่อไปนี้
a. He didn’t  tell me he would be there.
b. He told me he wouldn’t  be there.
   
a. I didn’t  ask him to come.
b. I asked him not  to come.

 

 
No และ Not:
ลองเปรียบเทียบประโยคต่อไปนี้
a. We met nobody.
b. We didn’t meet anybody.

การเขียนประโยคแบบตัวอย่าง a. นี้พบได้ในภาษาวรรณกรรม (literary) ส่วนประโยคแบบ b. มักใช้ในภาษาพูด (colloquial) ซึ่งในภาษาพูดนี้เราจะวางคำปฏิเสธไว้ใกล้กับต้นประโยคให้มากที่สุด นอกจากนี้ในภาษาพูดยังมีการใช้คำประเภท no-combinations ในการตอบคำถามเพื่อเป็นการประหยัดคำ (laconic) และ no-combinations ยังสามารถใช้เป็นประธานของประโยค หรือใช้เพื่อเน้นย้ำได้ด้วย ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการตอบคำถามโดยการใช้และไม่ใช้ no-combinations
What did you see? Nothing. (laconic)
I saw nothing. (literary)
I didn’t see anything. (colloquial)
   
Where did you go? Nowhere.
I went nowhere.
I didn’t go anywhere.
   
How many have you got? None.
I have got none.
I haven’t got any.
   
What is there in the box? Nothing.
There is nothing.
There isn’t anything.
   
Who wants it? Nobody.
Nobody wants it.
   
What happened? Nothing.
Nothing happened.

Emphatic Negation:
เราสามารถเน้นใจความปฏิเสธได้โดยการใช้ no แทน เช่น
This won’t be an easy matter.
This will be no easy matter.

เราสามารถเน้นใจความปฏิเสธให้หนักแน่นกว่าเดิมด้วยการเติม “at all” หลักการนี้ใช้ได้กับคำปฏิเสธเกือบทั้งหมด ยกเว้น neither และ nor
I saw nothing at all.
Nothing matters at all.
There was nobody at all.
I have never been there at all.
Do you mind closing the door?—Not at all.

ส่วน not สามารถทำให้หนักแน่นขึ้นโดยการเติมวลี a bit, the least bit, in the least, by a long way เข้าไป
I am not a bit tired.
I am not the least bit tired.
I am not tired in the least.
He isn’t rich by a long way. (He is far from rich.)

Double Negation:
การมีคำปฏิเสธสองคำในประโยคเดียวกันนั้น ทำให้ความหมายของประโยคนั้นเปลี่ยนจาก negative เป็น affirmative ลองเปรียบเทียบตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

บอกเล่า:
It is common for the son of a millionaire to marry a poor girl.
เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ลูกชายเศรษฐีจะไปแต่งงานกับเด็กหญิงยากจน
ปฏิเสธ:
It is uncommon for the son of a millionaire to marry a poor girl.
เป็นเรื่องไม่ปกติธรรมดาที่ลูกชายเศรษฐีจะไปแต่งงานกับเด็กหญิงยากจน
ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ:
It is not uncommon for the son of a millionaire to marry a poor girl.
ไม่ใช่เรื่องไม่ปกติธรรมดาที่ลูกชายเศรษฐีจะไปแต่งงานกับเด็กหญิงยากจน
He went to work as usual, though not without some fear.
เขาไปทำงานเหมือนปกติแล้ว แม้จะยังมีความกลัวอยู่บ้าง (ไม่ใช่ไม่กลัว)
He doesn’t do it for nothing.
เขาไม่ได้ทำมันโดยไม่ได้หวังอะไร
Nothing is nothing at all. (Everything is of some importance.)
ไม่มีสิ่งใดเลยที่ไร้ความหมายไปเสียทั้งหมด
 
อย่างไรก็ตาม การใช้คำปฏิเสธซ้อนปฏิเสธในภาษาตลาด มักใช้เพื่อสื่อความหมายในเชิงปฏิเสธ เช่น
I don’t know nothing. = I don’t know anything.
There isn’t no such thing. = There isn’t such a thing.
I won’t give nobody nothing no more. = I won’t give anybody anything any more.

Semi-Negatives:
คำวิเศษณ์อย่าง hardly และ scarcely อาจเรียกได้ว่าเป็นคำกึ่งปฏิเสธ semi-negatives เพราะมีความหมายเหมือนกับ nearly และ almost แต่เป็นในเชิงลบ เราไม่ค่อยใช้ nearly nothing, nearly no, almost never แต่จะใช้ hardly (scarcely) anything, hardly (scarcely) any, หรือ hardly (scarcely) ever แทน เป็นต้น
ไม่ค่อยใช้
ใช้ semi-negatives แทน
nearly nothing hardly (scarcely) anything
nearly no hardly (scarcely) any
almost never hardly (scarcely) ever

I hardly saw anything.
He hardy spoke a word.
We scarcely ever wanted it.
It scarcely matters.

 

  Unit I:  Words, Sentences, Phrases, Clauses  
  Unit II:  Subject, Verb, Object  
  Unit III:  Subjective Complements, Objective Complements  
  Unit IV:  Passive  
  Unit V:  Affirmation, Negation, Interrogation, Exclamations, Commands, Requests, Suggestions  
     

 

 
© Thaiways Publications Co., Ltd.  All rights reserved.  Tel & Fax : 0 2433 9188   www.dicthai.com.
 

คลิก...อ่านวิธีเลือก Dictionary Dictionay ที่เน้นการแต่งประโยค เพียงเล่มเดียวของไทย  Dictionay ที่เน้นการแต่งประโยค เพียงเล่มเดียวของไทย พจนานุกรม ไทย-อังกฤษ คำศัพท์มากที่สุด แปลถูกต้องที่สุด ดิกฯไทย-อังกฤษ สำหรับต่างชาติ คู่มีอการใช้ Articles - a, an ,the อย่างละเอียด